Biznews

‘COVID-19’ รักษาหาย และ เป็นฮีโร่ได้ด้วย

เรื่องราวการรักษา COVID-19 จาก คุณ ‘วุฒิศักดิ์ ม่วงไหมทอง’พนักงานต้อนรับสนามมวยลุมพินี ผู้ติดเชื้อ และหายเป็นปกติแล้ว เข้ารับการรักษา COVID 19 ในโรงพยาบาลศิริราช และ พักฟื้นต่อที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจนา ครบ 28 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ปลอดภัย และไม่แพร่เชื้อแล้ว

คุณวุฒิศักดิ์ ติดเชื้อจากการทำงาน ซึ่งต้องพบชาวต่างชาติทุกวัน เนื่องจาก เป็นพนักงานต้อนรับที่สนามมวยหมุนเปลี่ยนระหว่างสนามมวยลุมพินีและราชดำเนิน คอยดูแลลูกค้าชาวต่างชาติที่จองตั๋วมาดูมวย ขณะที่ทำงานก็มีการสวมหน้ากากอนามัยตลอด ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่มีข่าวการแพร่ระบาด ของCOVID-19 ที่อู่ฮั่น เพราะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากการต้องปฏิสัมพันธ์กับต่างชาติเป็นประจำ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม เริ่มปวดเมื่อยตัว มีไข้ กินยาพาราเซตามอลอาการดีขึ้น วันที่ 14 มีนาคม จึงไปตรวจเชื้อที่โรงพยาบาลศิริราช โดยใช้สิทธิบัตรทองแทน ที่แผนกโควิดโดยเฉพาะ ซึ่งแพทย์เห็นว่าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง และยังมีอาการ จึงได้รับการตรวจเชื้อฟรี แม้จะจะแทบไม่มีอาการแล้ว แต่ผลตรวจยังเป็นบวก จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

คุณวุฒิศักดิ์เล่าว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพร้อมๆกัน ส่วนมาก มีอาการไม่รุนแรง หากไม่มีโรคประจำตัว หรือ อายุมาก บางคนเป็นไข้ เมื่อยตัว ไอ เจ็บคอ ปวดหัว หรือแทบไม่มีอาการ แต่อาการที่พบมาก คือ รับรสและกลิ่นไม่ได้ บางคนเป็นแค่อาทิตย์เดียว บางยังคงปรากฏอาการนี้แม้จะรักษา COVID-19 จนหายแล้ว การรักษาจึงให้ยาตามอาการที่พบ พร้อมกับยาต้านไวรัสHIV และ ยาต้านไวรัสมาลาเรีย เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนของไวรัส (เนื่องจากยังไม่มียารักษาที่ได้ผล100% หรือวัคซีนป้องกัน) คุณวุฒิศักดิ์ ได้รับยาต้านไวรัส จนครบ 5 วัน หลังจากนั้น แพทย์จะให้ร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกัน หรือ Antibody ขึ้นมาเอง เพื่อจัดการกับเชื้อไวรัสที่เป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย การรักษาและพักฟื้นใช้หลักการ 14+14 คือ การรักษาในโรงพยาบาล 14 วัน และการกักตัวนอกโรงพยาบาล 14 วัน โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยดูแล เฝ้าระวังตลอดการกักตัว เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่สามารถแพร่เชื้อได้อีก

สำหรับผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคจะสอบถามอาการและประวัติอย่างละเอียด เพื่อคัดกรองความเสี่ยง เช่น คนในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งคุณวุฒิศักดิ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ว่า “ใครที่รู้ตัวว่าได้สัมผัสใกล้ชิดผมในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ขอให้ดูแล ป้องกันตัวเอง แยกตัวเองจากคนอื่นก่อน เพราะ ผมตรวจพบเชื้อ COVID-19” ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ติดเชื้อ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ที่สำคัญคุณวุฒิศักดิ์ยังออกมาเล่าเรื่องราว และ ประสบการณ์การตลอดระยะเวลาการรักษา และ การกักตัว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ COVID-19 ที่สามารถรักษาหายได้ ซึ่งช่วยให้เกิดความตระหนักในการดูแลป้องกันตนเองแล้ว ยังลดความตื่นกลัวการแพร่ระบาดระหว่างผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วสู่คนอื่นๆในสังคมได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ผู้ที่หายจากCOVID-19 ยังสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยคนอื่นๆได้ ด้วยการบริจาคพลาสมา หรือ น้ำเหลือง เพื่อนำมาผลิต เซรุ่มจำเพาะต่อCOVID-19 ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการจากการติดเชื้อเดียวกันได้ โดยสามารถบริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งผู้บริจาคต้องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติดังนี้

– เป็นผู้ที่ได้ออกจากโรงพยาบาล และ ไม่มีเชื้อในร่างกายแล้วอย่างน้อย 14 วัน (ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ที่ป้ายจากคอและในเลือด)

– มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

– มีอายุระหว่าง 17-60 ปี

– มีน้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม

โดยพลาสมาที่ได้รับบริจาค สภากาชาดไทยจะเก็บไว้ใช้รักษาโรคCOVID-19 ต่อไป

ถึงอย่างไรก็ตามการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และ ล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลยังเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดความเสี่ยง และ การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก
– คุณวุฒิศักดิ์ ม่วงไหมทอง ผู้ติดเชื้อ Covid-19 และรักษาหายเป็นปกติแล้ว
Facebook : Tong Muaythai
– โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Cr.Thai Gem and Jewelry Traders Association

Related Articles

Back to top button