ไทยรองแชมป์ประเทศขวัญใจมุสลิม
ผลการสำรวจดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลกประจำปี 2018 (The Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index หรือ GMTI 2018) ระบุว่า ประเทศไทยขยับขึ้นสองอันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 16 ในการสำรวจทั้งสิ้น 130 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศที่ไม่ไช่มุสลิม สืบเนื่องจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยที่พยายามเพิ่มจำนวนร้านอาหารฮาลาลและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม

มาเลเซียและสิงคโปร์ยังคงครองความเป็นประเทศยอดนิยมอันดับต้นๆ ของตลาดท่องเที่ยวของชาวมุสลิมที่มีมูลค่าถึงกว่า 6,900 ล้านล้านบาท (220 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีประเทศคู่แข่งสำคัญหลายประเทศพยายามไล่ตามติด ทั้งนี้เป็นรายงานผลการสำรวจชั้นนำของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว

สำหรับกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ ของจุดหมายปลายทางสำหรับชาวมุสลิม และผลการสำรวจยังพบว่าประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ได้เข้ามาอยู่ใน 5 อันดับแรกของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้เริ่มทำการสำรวจเป็นต้นมา
ผลการสำรวจ GMIT 2018 ซึ่งสำรวจประเทศจุดหมายปลายทางทั้งสิ้น 130 ประเทศทั่วโลกทั้งประเทศมุสลิมและประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (OIC และ Non-OIC) ระบุว่า ประเทศมาเลเซียอยู่ในอันดับ 1 ส่วนประเทศอินโดนีเซีย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีจนก้าว ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ร่วมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
หลายประเทศในเอเชียมีการปรับอันดับดีขึ้นเป็นผลจากการปรับปรุงการให้บริการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชี้ว่าหลายประเทศยังไม่ได้นำสื่อดิจิตัลมาใช้มากเท่าที่ควร
ผลการสำรวจตามดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลกในปีนี้ ได้มีการประกาศผลสำรวจอย่างเป็นทางการไปแล้วที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้ชี้ให้เห็นว่าตลาดการท่องเที่ยวชาวมุสลิมยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนอยู่ที่ 6,900 ล้านล้านบาท (220 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี พ.ศ. 2563 และขยับขึ้นไปถึงกว่า 9,500 ล้านล้านบาท (300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี พ.ศ. 2569
ในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจำนวนประมาณ 131 ล้านคนเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากจำนวน 121 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2559 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 156 ล้านคนทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2563 หรือร้อยละ 10 ของธุรกิจท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเดินทางมาเยือนถึง 3 ล้าน 6 แสนคน หรือเกือบร้อยละ 10 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยในปีนั้น

ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลไทยอาทิ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และการพัฒนามาตรฐาน QR Code ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น” นายโดนัล ออง ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าว “ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม (Non-OIC) จากนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ประเทศจุดหมายปลายทางทั้ง 130 แห่ง จากผลการสำรวจ GMTI 2018 ได้รับการจัดอันดับโดยพิจารณาจากเกณฑ์วัด พร้อมด้วยตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้ ซึ่งรวมทั้ง CrescentRating Growth-Innovation Model เกณฑ์ชี้วัดที่ใช้ในปีนี้ประกอบด้วย การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วยเรื่องของสาธารณูปโภค การสื่อสาร รวมถึงการที่แต่ละประเทศทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจึงให้คะแนนเกณฑ์ตัดสินต่างๆ จนได้คะแนนโดยรวม

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศมุสลิม (OIC) ได้แก่
อันดับ อันดับรวมทั้งหมดจากการสำรวจทั่วโลก แหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศมุสลิม ผลคะแนน
1 1 มาเลเซีย 80.6
2 2 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 72.8
2 2 อินโดนีเซีย 72.8
4 4 ตุรกี 69.1
5 5 ซาอุดิอาระเบีย 68.7
6 6 กาตาร์ 66.2
7 8 บาห์เรน 65.9
8 9 โอมาน 65.1
9 10 โมรอคโค 61.7
10 11 คูเวต 60.5
10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิม (Non-OIC) ได้แก่
อันดับ อันดับรวมทั้งหมดจากการสำรวจทั่วโลก แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิม ผลคะแนน
1 6 สิงคโปร์ 66.2
2 16 ไทย 56.1
3 22 สหราชอาณาจักร 53.8
4 25 ญี่ปุ่น 51.4
5 27 ไต้หวัน 49.6
6 27 ฮ่องกง 49.6
7 32 อาฟริกาใต้ 47.7
8 35 เยอรมัน 45.7
9 36 ฝรั่งเศส 45.2
10 37 ออสเตรเลีย 44.7



